สงครามกลางเมืองสเปนเป็นสงครามแห่งความหฤโหดที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1936 –1939 โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาในสเปน ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมส่งผลให้สเปนเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากประชาธิปไตยไปเป็นระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ
สาเหตุโดยทั่วไป
1. เป็นการต่อสู้ระหว่างลัทธิฟาสซิสต์ (Fascism) และคอมมิวนิสต์ (Communism)ในสเปน
2. การจัดตั้งสาธารณรัฐที่ ๒ (The Second Republic of 1931 - 1936) ขึ้นมาเป็นการจัดตั้งเพื่อนำเอาเสปนเข้าไปสู่ระบอบการปกครองสาธารณรัฐในชนชั้นกรรมาชีพซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายขวา ซึ่งนำโดยพรรคอนุรักษนิยม ศาสนจักร Catholic ทหาร และผู้สูญเสียอำนาจ
3. พรรคอนุรักษนิยมซึ่งนิยมกษัตริย์แพ้การเลือกตั้งในเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1936 ได้ก่อตั้งกลุ่มแนวร่วมประชาชน (Popular Fornt) มีนโยบายไม่ต้องการประนีประนอมกับฝ่ายสาธารณรัฐนิยม จึงหันไปร่วมมือกับกลุ่มปฏิวัติ
4. ทหารไม่พอใจในนโยบายของรัฐบาลฝ่ายซ้ายของสาธารณรัฐที่ 2 และต้องการกลับเข้ามามีอำนาจทางการเมืองอีกครั้ง จึงเป็นแกนนำก่อการปฏิวัติ นโยบายที่ฝ่ายทหารไม่พอใจคือ
4.1. ต่อต้านกษัตริย์ ลดบทบาทของศาสนจักรเช่นการตัดบทบาททางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
4.2. ลดกำลังกองทหาร และลดบทบาททางการเมืองของทหาร
4.3. การขยายอิทธิพลของพรรคฝ่ายซ้ายและลัทธิคอมมิวนิสต์ในสเปน
5. ศาสนจักร Catholic ไม่พอใจรัฐบาลที่ลดบทบาทของศาสนจักรทางสังคม หรือการควบคุมศาสนจักรโดยตรง ด้วยเหตุผลดังกล่าว เมื่อเกิดการปฏิวัติ ศาสนจักรจึงถือหางฝ่ายปฏิวัติ
6. การปกครองของสาธารณรัฐที่ 2 เกิดความวุ่นวายจากการปะทะกันของประชาชนฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา อันเนื่องมาจาก
6.1. เกิดการเปลี่ยนแปลรัฐบาลตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศชาติได้
6.2. ประชาชนเกิดความสับสนและเบื่อหน่ายการปกครองในระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตย
สาเหตุปัจจุบัน
สืบเนื่องจากวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ.1936 นาย คาโว โซเตโล (Calvo Sotelo) หัวหน้าพรรคฝ่ายขวาถูกลอบสังหาร ดังนั้นในวันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 1936 ทหารบกกลุ่มหนึ่ง (ซึ่งเตรียมตัวก่อการปฏิวัติไว้ล่วงหน้าแล้ว) ที่นำโดยนายพลฟรานซิสโก ฟรังโก (Francisco Franco) ก่อการปฏิวัติขึ้นโดยใช้เหตุการณ์ลอบสังหารนี้มาเป็นข้ออ้าง
สงครามกลางเมืองเป็นการต่อสู่กันระหว่างฝ่ายปฏิวัติชาตินิยมที่นำโดยทหารกับฝ่ายรัฐบาลสาธารณรัฐ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็มีขุมกำลังของตนเองและที่ได้รับการช่วยเหลือจากต่างชาติ จำแนกได้ดังนี้
ขุมกำลังฝ่ายปฏิวัติชาตินิยม (Nationalists)
- ทหารบกและทหารอากาศบางส่วน
- กองทหารต่างด้าว (Foreign Legent) ซึ่งเอาไว้ปราบกบฏมัวร์ใน Spanish Morocco
- กองทหารมัวร์ (Moorish Troops) จาก Spanish Morocco
- ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ
- ฮิตเลอร์ (เยอรมนี) ส่งกองทหาร 10,000 คน และเครื่องบินรบ 100 ลำ
- มุโสลินี (อิตาลี) ส่งทหาร 50,000 พร้อมปืนใหญ่
ขุมกำลังฝ่ายสาธารณรัฐนิยม (Loyal to Republic)
- ทหารเรือจำนวนมาก ทหารอากาศบางส่วน
- กองกำลังทหารอาสา ได้แก่ สหภาพกรรมกร กลุ่มอาณาธิปไตย กลุ่มอาณาคิสต์ชาวคาตาลัน (Catalan) และชาวบาสก์ (Basque)
ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ
- โซเวียตรัสเซีย ส่งรถถัง เครื่องบิน ที่ปรึกษา และช่างเทคนิค
- กองทหารนานาชาติในยุโรป (International Brigde) ที่ต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์
สถานการณ์ของสงคราม
1. ค.ศ.1937 เป็นต้นมา ทั้งเยอรมนีและอิตาลีได้ส่งทหารเข้าช่วยเหลือกับฝ่ายปฏิวัติชาตินิยม ในขณะเดียวกันฝ่ายสาธารณรัฐนิยมได้รับความช่วยเหลือจากโซเวียตรัสเซีย แต่อังกฤษและฝรั่งเศสกลับขอร้องไม่ให้ต่างชาติเข้าแทรกแซงสเปน
2. ฝ่ายสาธารณรัฐนิยมได้ขอความช่วยเหลือจากอังกฤษและฝรั่งเศส แต่ผู้นำของทั้งสองประเทศไม่ได้ดำเนินการใด ๆ
3. ค.ศ. 1938 เป็นต้นมา ความช่วยเหลือจากรัสเซียที่ส่งให้กับฝ่ายสาธารณรัฐนิยมได้ลดลง เพราะถูกสกัดกั้นจากเยอรมนีและอิตาลี
4. เกิดความแตกแยกภายในรัฐบาลเองคือพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียตที่นิยมสตาลิน (Stalinism) เกรงว่าฝ่ายรัฐบาลที่เคยนิยมสตาลลินจะหันไปนิยมทรอสกี้ (Trotskyites) จึงแยกตัวไปร่วมมือกับฝ่ายของนายพลฟรังโกรบกับฝ่ายรัฐบาล ผลที่ตามมาคือ
- มกราคม ค.ศ. 1939 กองทัพปฏิวัติที่นำโดยนายพลฟรังโกเข้ายึดกรุงบาเซโลน่าได้
- มีนาคม ค.ศ. 1939 กรุงมาดริดเกิดการจลาจลจากฝ่ายคอมมิวนิสต์กับฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์
- 28 มีนาคม ค.ศ. 1939 กองทัพปฏิวัติเดินทัพเข้าสู่กรุงมาดริด
- 28 เมษายน ค.ศ. 1939 นายพลฟรังโกประกาศยุติสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานาน 3 ปี
ผลของสงคราม
1. เป็นการล้มการปกครองจากระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยไปสู่ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ (Totalitarian Government) ทำให้สเปนใกล้ชิดกับประเทศฝ่ายอักษะ (Axis Powers)
2. ชัยชนะของฝ่ายปฏิวัติชาตินิยมมีผลตามมาคือ
2.1.ยุติความวุ่นวายในสเปน
2.2. ผู้คนกว่า 600,000 ชีวิตต้องสูญเสียเพื่อแลกกับความสงบสุขในประเทศภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการเบ็ดเสร็จที่เข้มแข็ง
3. ความแตกแยกทางสังคมยังคงอยู่ ความเสียหายที่สำคัญที่สุดคือเศรษฐกิจ บ้านเมืองพังพินาศ
4. ทหารสามารถยึดอำนาจได้สำเร็จ เพราะทหารเป็นกลุ่มที่มีระเบียบวินัยและถืออาวุธ
5. ฮิตเลอร์และมุโสลินีถือว่าชัยชนะของฝ่ายปฏิวัติชาตินิยมเป็นชัยชนะของฝ่ายอักษะและฝ่ายเผด็จการเบ็ดเสร็จ
6. นายพลฟรานซิสโก ฟรังโกปกครองสเปนเป็นระยะเวลา 36ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1939 - 1975
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น